2564 "ปีแห่งการบริโภคผักและผลไม้สากล"
การกินผักมีความสำคัญที่สุดไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม หลายคนบางครั้งอาจจะไม่เห็นความจำเป็นในการบริโภคผักหรืออาจหลีกเลี่ยงการกินผักเพราะเหตุผลต่างๆ เช่น ระบบเผาผลาญที่ยังทำงานดี ไม่ค่อยได้รับผักในมื้ออาหารก็ไม่เป็นไร จนกระทั่งอายุมากขึ้นแล้วจึงตัดสินใจเริ่มกินผัก แต่หากลองมองข้อมูลที่เราได้รวบรวมมาจะพบว่าการบริโภคผักต้องเริ่มทำให้กับตัวเราตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ควรให้ความสำคัญกับการบริโภคผักใบเขียวไว้เสมอ
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกได้รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งมากกว่า 5.2 ล้านคนโดยมีส่วนหนึ่งเกิดจากการบริโภคผักและผลไม้ไม่เพียงพอ องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้คนรับประทานผักและผลไม้อย่างน้อย 400 กรัมต่อวัน เนื่องจากสถานการณ์การเสียชีวิตจากโรคมะเร็งกำลังเพิ่มขึ้น ดังนั้น ปี 2564 ได้รับการประกาศเป็น "ปีแห่งการบริโภคผักและผลไม้สากล" หรือ "International Year of Fruits and Vegetables, 2021" เพื่อเน้นการเพิ่มการรับรู้และพัฒนานโยบายที่สนับสนุนการบริโภคผักและผลไม้ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ผักและผลไม้ถูกทิ้ง และส่งเสริมแนวทางการบริโภคที่ดี เป็นการทำให้ความสนใจในการบริโภคผักและผลไม้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในสังคม ความสนใจในการบริโภคผักมากขึ้นมีเหตุผลหลายประการ เช่นผักมีไฟเบอร์ที่ช่วยในกระบวนการล้างสารพิษออกจากร่างกายผ่านทางลำไส้ และช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคเรื้อรัง เช่น มะเร็งในลำไส้ ริดสีดวง และป้องกันภาวะลำไส้อุดตันอีกด้วย
ไม่เพียงแค่วิตามินและแร่ธาตุผักยังเสริมสร้างระบบต่างๆในร่างกาย เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและสามารถป้องกันโรคได้ดี และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดอาการแก่ของร่างกาย การบริโภคผักจึงมีความสำคัญในการชะลอความแก่ของร่างกาย รักษาสุขภาพผิวและเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
นอกจากนี้ ผักยังมีคุณค่าอื่นๆ เช่น ผักบางชนิดมีความเป็นด่างและความเป็นกรดที่ช่วยให้ร่างกายรักษาระดับความเป็นกรดด่างในเลือดได้ดี และมีผักบางชนิดที่มีพลังงานสูงอย่างบร็อกโคลีและคะน้า ที่มีวิตามินซีที่มีผลดีต่อร่างกาย
เพราะฉะนั้น การบริโภคผักมีความสำคัญต่อสุขภาพไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ควรเริ่มต้นทำให้กับตัวเราตั้งแต่วันนี้ เพราะการบริโภคผักคุณภาพดีจะช่วยให้สุขภาพของเราดูแลได้ดีในอนาคตได้อย่างมั่นคง