การแข่งขันสเก็ตบอร์ดในโตเกียว 2020 เป็นเหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้นและความพิเศษที่ไม่ธรรมดา กลายเป็นส่วนหนึ่งของวงการกีฬาโลกทำให้ทั่วโลกต้องจับตามองการการแข่งกีฬาเอ็กซ์ตรีมบนเวทีระดับโลกครั้งนี้อย่างมาก
ในยุคกลางของทศวรรษที่ 70 เมื่อลานสเก็ตบอร์ดคอนกรีตเริ่มก่อตัวขึ้นทั่วประเทศสหรัฐ การเกิดขึ้นของนักกีฬาใหม่ที่มีความคิดแปลกใหม่ "อลัน เกลแฟนด์" หรือที่รู้จักกันดีในนาม "โอลลี" ผู้คิดค้นท่ากระโดดโดยให้ล้อหน้ากระดกขึ้นก่อน ทำให้เขาได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักในวงการสเก็ตบอร์ด
ความนิยมของสเก็ตบอร์ด ต่อเนื่องไปในยุคทศวรรษที่ 90 เมื่ออีเอสพีเอ็นเข้ามาเสนอการแข่งขันในกลุ่มเอ็กซ์ตรีม ส่งผลให้เกมนี้กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นทั่วโลก มีการแข่งขันที่แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ "เวิร์ต" ซึ่งเป็นการเล่นสเก็ตบอร์ดในพื้นที่ขนาดกลางและ "ผาดโผน" ซึ่งเน้นการโชว์ลีลาในการกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางในลานขนาดใหญ่ การให้คะแนนจะเกี่ยวข้องกับความยากง่ายของท่าทางที่แสดง ทำให้มันเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในเวลาต่อมา
การเป็นกีฬาใหม่ในโอลิมปิกได้รับการยอมรับจากไอโอซี และเข้าร่วมเป็น 1 ใน 5 ชนิดกีฬาใหม่ในการแข่งขัน กระตุ้นและสร้างความสนใจต่อกีฬาสเก็ตบอร์ดมากขึ้น
การแข่งขันสเก็ตบอร์ดถูกแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก คือ "สตรีท" และ "พาร์ค" โดยทั้งสองรายการนี้มีทักษะและลักษณะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
สตรีท
การแข่งขันประเภทนี้เน้นไปที่ความเร็ว การคิดสร้างสรรค์ และทักษะในการควบคุมสเก็ตบอร์ดให้เคลื่อนไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ คะแนนจะได้มาจากเวลาการแข่งขัน การโชว์ลีลาต่างๆ เพื่อดูเหมือนว่าผ่านอุปสรรคในเส้นทาง ซึ่งลักษณะของถนนแต่ละประเทศและอุปสรรคภายในแต่ละสถานที่มีความแตกต่างกันมาก จึงทำให้การแข่งขันในประเภทนี้ต้องการทักษะและประสบการณ์จากการฝึกซ้อมเป็นอย่างมาก
พาร์ค
เน้นไปที่การแสดงทักษะในระดับสูง เพื่อโชว์ลีลาในการเล่นสเก็ตบอร์ดในสนามที่มีลักษณะแบบโดมคว่ำ มีความชันและลาดเอียง รวมถึงอุปสรรคต่างๆ ที่เป็นทั้งความท้าทายและโอกาสในการแสดงทักษะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การให้คะแนนจะอยู่ที่การโชว์ลีลากลางอากาศและการแก้ไขอุปสรรคในสนาม เป็นสิ่งที่นักกีฬาอาชีพทุกคนฝึกซ้อมอย่างหนัก แต่การที่จะทำให้มันโดดเด่นอยู่ที่ความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคน