ถึงแม้ F1 จะเริ่มต้นในปี 1950 ที่อังกฤษ แต่จุดเริ่มต้นของการแข่งขันนี้ต้องติดตามถึง Grand Prix ฝรั่งเศสในปี 1890 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่รถยนต์ใช้น้ำมันเบนซินรุ่นแรก การแข่งขันรถยนต์ในสมัยนั้นต้องเผชิญกับถนนที่เต็มไปด้วยหินและไม้ ทำให้นักแข่งมีความท้าทายมาก ในปี 1895 Émile Levassor ชนะในการแข่งขัน 1,200 กม. จากปารีสไปยังบอร์กโดซ์ ด้วย Panhard et Levassor ของเขา
Fernand Charron ผู้ชนะการแข่งขัน Paris-Bordeaux ในปี 1899 นับได้ว่าเป็นหนึ่งในนักขับที่ประสบความสำเร็จมากในช่วงต้นปี ในยุคนั้น การแข่งขันต้องเผชิญกับทางที่ลำบากและอุปสรรคมากมาย ยุคแรกๆ ของ F1 รถยนต์จะเป็นล้อเปิด เครื่องยนต์อยู่ด้านหน้า ความสวยงามและความปลอดภัยของรถได้รับการพัฒนาขึ้นในภายหลัง
ทศวรรษ 1960 มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของรถ การเปลี่ยนแปลงนี้กลายเป็นจุดสิ้นสุดของยุคของการแข่งรถโดยทั่วไป และตอนนี้รถ F1 ไม่เพียงแค่สวยงาม แต่ยังเป็นสมบัติที่ทุกคนต้องการ ในทศวรรษ 1970 การเสียชีวิตของนักขับรถเพิ่มขึ้น ทำให้กลยุทธ์การแข่งขันเปลี่ยนไป
จนถึงทศวรรษ 70 F1 ได้รับการพัฒนาทั้งในด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย ในช่วงนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น รวมถึงระบบการจับเวลาและคะแนนด้วยคอมพิวเตอร์ ทุกนี้ทำให้ F1 เป็นที่น่าสนใจและตื่นตาตื่นใจมากขึ้น และยังคงเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้นักกีฬามอเตอร์สปอร์ตหลงไหล
ยุคที่ผ่านมาในโลกของ Formula 1 (F1) ไม่เพียงแค่ช่วงเวลาที่นำเสนอความเร็วและสามารถขับขี่ที่ยอดเยี่ยม แต่ยังเป็นสมัยที่เครื่องยนต์และเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง มีความปลอดภัยที่เพิ่มมากขึ้น
ในทศวรรษที่ 1980 เริ่มต้นด้วยการเปิดตัวแชสซีคาร์บอนไฟเบอร์ที่ทันสมัยและทนทานมากขึ้น ทำให้รถ F1 มีความคล่องตัวและทรงพลังที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การแนะนำระบบแทรคชัน ระบบควบคุมแบบอิเล็กทรอนิกส์ และการใช้ระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ทำให้ F1 เข้าสู่ยุคที่ทันสมัยและเป็นที่นำทางในการพัฒนาโลกของยานยนต์
ยุคนี้เคยเห็นการเพิ่มรายการแข่งขันในประเทศบราซิล ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ทำให้ F1 เป็นกีฬาที่ระดับโลกแท้จริง การเปลี่ยนจากการสนับสนุนส่วนตัวไปเป็นการสนับสนุนองค์กรเอกชนทำให้ F1 สามารถขยายการเข้าถึงไปทั่วโลกได้อย่างมีนัยสำคัญในช่วงปี 1990 โดยการนำการแข่งขันใหม่มาสู่ภูมิภาคต่างๆ ของโลก
ในยุคนี้ เราได้พบกับนวัตกรรมเทคโนโลยีที่โดดเด่น ทั้งการใช้กระปุกเกียร์กึ่งอัตโนมัติ ระบบควบคุมการยึดเกาะถนนแบบอิเล็กทรอนิกส์ และยางแบบมีร่อง เข้าสู่ทศวรรษที่ 2000 ยุคนี้ยังมีการเน้นความปลอดภัยมากขึ้นและยิ่งมีการเพิ่มความสวยงามและความทันสมัย
ทศวรรษที่ 2010 ถึงปัจจุบัน F1 ยังคงเน้นความปลอดภัยอย่างมาก โดยที่เครื่องยนต์ลดจำนวนกระบอกสูบมาเป็น V6 1.6 ลิตร, และมีการสนับสนุนการแข่งขันทั่วโลกที่มี Formula E ควบคู่ การเปิดตัวระบบ Kinetic Energy Recovery Systems (KERS) และการเปลี่ยนโลโก้ของ F1 ในปี 2009 เป็นเพียงเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในทุกด้าน.
ด้วยทุกพัฒนาการ F1 ได้เดินทางผ่านสถานะที่ต้องการลดความเร็วและเพิ่มความปลอดภัย และได้สร้างยุคไฮบริดใน Formula One ด้วย KERS ในปี 2009 ทุกนี้ทำให้ F1 กลายเป็นกีฬาที่น่าตื่นเต้นและทันสมัย พร้อมทั้งยังเป็นกลยุทธ์ที่ยังยืนหยัดในศตวรรษที่ 21