5 สีสดใส แต่งเติมสีสัน เพิ่มพลังให้แก่บ้านของคุณ
แน่นอนว่าสีมีอิทธิพลต่ออารมณ์และยังสะท้อนตัวตนของผู้คน เราจึงมักเดาอารมณ์ของเพื่อนร่วมงานหรือเจ้านายจากสีของเสื้อผ้า หากวันไหนใส่เสื้อสีสดคงเป็นวันที่มีความสุข หรือวันไหนใส่เสื้อสีทึมก็อาจเป็นวันที่เขาไม่สบอารมณ์นัก แต่สำหรับการตกแต่งบ้านแล้ว เราคงไม่สามารถเปลี่ยนสีได้บ่อยนัก แล้วเราควรเลือกใช้สีอย่างไรเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและบรรยากาศสดใสให้บ้านแสนรักในทุกฤดูกาลของชีวิต

แน่นอนว่าสีมีอิทธิพลต่ออารมณ์และยังสะท้อนตัวตนของผู้คน เราจึงมักเดาอารมณ์ของเพื่อนร่วมงานหรือเจ้านายจากสีของเสื้อผ้า หากวันไหนใส่เสื้อสีสดคงเป็นวันที่มีความสุข หรือวันไหนใส่เสื้อสีทึมก็อาจเป็นวันที่เขาไม่สบอารมณ์นัก แต่สำหรับการตกแต่งบ้านแล้ว เราคงไม่สามารถเปลี่ยนสีได้บ่อยนัก แล้วเราควรเลือกใช้สีอย่างไรเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและบรรยากาศสดใสให้บ้านแสนรักของคุณ

1. Yellow (สีเหลือง)

สีเหลืองเป็นอีกหนึ่งสีที่มีความโดดเด่น หากคุณอยากสร้างบรรยากาศให้รู้สึกเบิกบานใจ สดใส คงไม่มีสีไหน ที่จะดีไปกว่าสีเหลือง สีเหลืองคือสีของแสงพระอาทิตย์ที่ส่องสว่างแสดงถึงความสุข ทั้งยังหมายถึงความเจริญรุ่งเรือง และเป็นกันเอง ในทางวิทยาศาสตร์อธิบายได้ว่าสีเหลืองมีผลต่อการหลั่งสารเซโรโทนิน (serotonin) สารสื่อประสาทในระบบทางเดินอาหารของคนเรา ซึ่งมีบทบาทในการควบคุมอารมณ์และความอยากอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเหลืองครีม เหลืองหม่นหรือเหลืองแม่สี สีเหลืองยังมีพลังกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ให้ความรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สำหรับสีเหลืองเราจะไม่นิยมทาสีเหลืองทั้งหมดของการตกแต่ง เพียงแต่จะเน้นเป็นบางมุม บางห้อง เช่น ห้องทานขาว ห้องนอน หรือแม้กระทั่งห้องน้ำ

2. Green (สีเขียว)

สีเขียว เป็นสีที่เปรียบเหมือนตัวแทนของธรรมชาติที่สื่อถึงความต้องการของมนุษย์ ที่อยากใกล้ชิดกับธรรมชาติให้มากขึ้น สวนทางกับโลกเทคโนโลยีที่วุ่นวายจนตามกันไม่ทัน สีเขียวสะท้อนถึงความเบิกบานและความคิดเชิงบวก ที่ผู้คนพยายามหล่อหลอมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ความเขียวเป็นสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติจึงเป็นสีที่แสดงถึงสมาธิและความผ่อนคลาย การใช้สีเขียวในบ้านจึงเป็นการขับเคลื่อนชีวิตผู้คนให้เข้ากับธรรมชาติและเชื่อมโยงผู้อาศัยกับองค์ประกอบนอกหน้าต่าง สำหรับสีเขียวแล้ว การจับคู่สีมีได้หลากหลาย เช่น เขียวโอลีฟจับคู่กับน้ำตาล ก็ชวนให้ห้องดูอบอุ่นและคลาสสิคในเวลาเดียวกัน หรือจะสร้างสีสันแบบสนุกๆ ก็เป็นสีเขียวใบเฟิร์นกับฟ้ามหาสมุทรเหมือนได้พักผ่อนอยู่ริมชายหาด และจบด้วยด้วยสุดท้ายอย่างสีเขียวซีวีทกับขาวก็ทำให้ห้องดูชวนหลงใหลน่าอยู่อาศัยมากขึ้นครับ เราสามารถนำสีเขียวมาตกแต่งห้องต่าง ๆ ในบ้านได้ทุกห้อง โดยในส่วนของห้องนอนก็ถือว่าเป็นการตกแต่งที่ดีเพราะสีเขียวช่วยให้ทุกอย่างดูสมดุล อบอุ่น และผ่อนคลาย จนทำให้เรานอนหลับอย่างมีความสุขและตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น

3. Blue (สีน้ำเงิน)

ความสงบ นุ่มลึกเป็นความรู้สึกแรกเมื่อได้เห็น สีฟ้าหรือน้ำเงินเป็นสีที่สื่อถึงการมองโลกในแง่ดี สีฟ้าใสเหมาะกับการพักผ่อน เช่น ห้องนอน และห้องน้ำ เพราะเป็นสีโทนเย็น ส่วนสีน้ำเงินเข้มก็เป็นอีกสีที่ได้รับความนิยมสร้างความสงบนิ่งแต่เป็นสีมีความอึมครึม ถ้ามีมากเกินไป โทนสีนี้อาจจะเล่นงานกับอารมณ์ ความรู้สึกให้หม่นลง ไม่สดใสได้เช่นกัน ดังนั้นบียอนจึงมีทางแก้มาฝาก ถ้าหากคุณตัดสินใจเลือกสีน้ำเงินเข้มเป็นโทนสีหลักของห้องแล้ว สิ่งที่ไม่ควรลืมเลยคือการเติมสีโทนอ่อนหรือโทนสว่างลงไปเพื่อเบรกความทึบของสี อย่างเช่น การใช้เตียงนอนสีขาวซึ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลักของห้อง

4. Pink (สีชมพู)

สีชมพูถือว่าเป็นสีโปรดของผู้หญิงหลายๆคน เพราะสีชมพูเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของความรัก ความอ่อนโยนและความเอื้ออารี ในขณะเดียวกันยังหมายถึงความอบอุ่นและความเฉียบแหลม จริงๆแล้วการตกแต่งบ้านในโทนสีชมพูสามารถตกแต่งได้ทั้งห้องนอนหรือนั่งเล่น และด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป สีชมพูจึงไม่ได้ถูกจำกัดการใช้อยู่แค่ผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายเองก็สามารถนำไปตกแต่งเพื่อเติมความสดใสได้เหมือนกัน สำหรับการเลือกใช้สีชมพู สามารถใช้ได้กับสีอ่อนหลายเฉดสี ไม่ว่าจะเป็น ชมพู-ฟ้า, ชมพูพาสเทล กับสีขาว ที่ช่วยปรับให้ห้องดูสดใส หรือถ้าเป็นผู้ชายที่หลงใหลในสีชมพูก็สามารถตกแต่งได้ด้วยสีชมพูพาสเทล กับสีเทา เพื่อสร้างบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา

5. Red (สีแดง)

ความรู้สึกเป็นพลังที่สามารถสร้างความกระตือรือร้นให้กับสิ่งต่าง ๆ และการใช้สีเป็นหนึ่งในวิธีที่น่าสนใจเพื่อเพิ่มพลังให้กับบ้านของเรา การผสมใช้สีแดงสดหรือแดงเชอร์รี่ในการตกแต่งบ้านเป็นวิธีที่มีประโยชน์มากมาย เนื่องจากสีนี้สามารถให้ความสดใสและชีวิตชีวาให้กับบ้านของเราได้อย่างมีพลังมากขึ้น ไม่ทำให้สถานที่ดูจืดชืดหรือน่าเบื่อตาอย่างที่เคยเป็นมาก่อน อย่างไรก็ตาม เราควรระมัดระวังในการใช้สีแดง เนื่องจากมีความหมายที่เชื่อว่าเป็นสีที่แสดงถึงความอันตรายและความก้าวร้าว ดังนั้นการเลือกใช้สีนี้ควรทำได้ในปริมาณที่พอดี ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป เพื่อไม่ให้สร้างความรำคาญหรือเข้าสู่ด้านลบของการใช้สีแดงมีความเหมาะสมมากในการตกแต่งมุมห้องทำงาน เนื่องจากมีความสามารถในการดึงพลังในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม หากคุณไม่ต้องการความสดของสีแดงเชอร์รี่เกินไป คุณสามารถเลือกใช้เฉดสีแดงเลือดหมูหรือแดงองุ่นได้ เพื่อเพิ่มพลังและสร้างความหรูหราในบริเวณนั้น

Trending Now
|
5 สีสดใส แต่งเติมสีสัน เพิ่มพลังให้แก่บ้านของคุณ
แน่นอนว่าสีมีอิทธิพลต่ออารมณ์และยังสะท้อนตัวตนของผู้คน เราจึงมักเดาอารมณ์ของเพื่อนร่วมงานหรือเจ้านายจากสีของเสื้อผ้า หากวันไหนใส่เสื้อสีสดคงเป็นวันที่มีความสุข หรือวันไหนใส่เสื้อสีทึมก็อาจเป็นวันที่เขาไม่สบอารมณ์นัก แต่สำหรับการตกแต่งบ้านแล้ว เราคงไม่สามารถเปลี่ยนสีได้บ่อยนัก แล้วเราควรเลือกใช้สีอย่างไรเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและบรรยากาศสดใสให้บ้านแสนรักในทุกฤดูกาลของชีวิต

แน่นอนว่าสีมีอิทธิพลต่ออารมณ์และยังสะท้อนตัวตนของผู้คน เราจึงมักเดาอารมณ์ของเพื่อนร่วมงานหรือเจ้านายจากสีของเสื้อผ้า หากวันไหนใส่เสื้อสีสดคงเป็นวันที่มีความสุข หรือวันไหนใส่เสื้อสีทึมก็อาจเป็นวันที่เขาไม่สบอารมณ์นัก แต่สำหรับการตกแต่งบ้านแล้ว เราคงไม่สามารถเปลี่ยนสีได้บ่อยนัก แล้วเราควรเลือกใช้สีอย่างไรเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและบรรยากาศสดใสให้บ้านแสนรักของคุณ

1. Yellow (สีเหลือง)

สีเหลืองเป็นอีกหนึ่งสีที่มีความโดดเด่น หากคุณอยากสร้างบรรยากาศให้รู้สึกเบิกบานใจ สดใส คงไม่มีสีไหน ที่จะดีไปกว่าสีเหลือง สีเหลืองคือสีของแสงพระอาทิตย์ที่ส่องสว่างแสดงถึงความสุข ทั้งยังหมายถึงความเจริญรุ่งเรือง และเป็นกันเอง ในทางวิทยาศาสตร์อธิบายได้ว่าสีเหลืองมีผลต่อการหลั่งสารเซโรโทนิน (serotonin) สารสื่อประสาทในระบบทางเดินอาหารของคนเรา ซึ่งมีบทบาทในการควบคุมอารมณ์และความอยากอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเหลืองครีม เหลืองหม่นหรือเหลืองแม่สี สีเหลืองยังมีพลังกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ให้ความรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สำหรับสีเหลืองเราจะไม่นิยมทาสีเหลืองทั้งหมดของการตกแต่ง เพียงแต่จะเน้นเป็นบางมุม บางห้อง เช่น ห้องทานขาว ห้องนอน หรือแม้กระทั่งห้องน้ำ

2. Green (สีเขียว)

สีเขียว เป็นสีที่เปรียบเหมือนตัวแทนของธรรมชาติที่สื่อถึงความต้องการของมนุษย์ ที่อยากใกล้ชิดกับธรรมชาติให้มากขึ้น สวนทางกับโลกเทคโนโลยีที่วุ่นวายจนตามกันไม่ทัน สีเขียวสะท้อนถึงความเบิกบานและความคิดเชิงบวก ที่ผู้คนพยายามหล่อหลอมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ความเขียวเป็นสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติจึงเป็นสีที่แสดงถึงสมาธิและความผ่อนคลาย การใช้สีเขียวในบ้านจึงเป็นการขับเคลื่อนชีวิตผู้คนให้เข้ากับธรรมชาติและเชื่อมโยงผู้อาศัยกับองค์ประกอบนอกหน้าต่าง สำหรับสีเขียวแล้ว การจับคู่สีมีได้หลากหลาย เช่น เขียวโอลีฟจับคู่กับน้ำตาล ก็ชวนให้ห้องดูอบอุ่นและคลาสสิคในเวลาเดียวกัน หรือจะสร้างสีสันแบบสนุกๆ ก็เป็นสีเขียวใบเฟิร์นกับฟ้ามหาสมุทรเหมือนได้พักผ่อนอยู่ริมชายหาด และจบด้วยด้วยสุดท้ายอย่างสีเขียวซีวีทกับขาวก็ทำให้ห้องดูชวนหลงใหลน่าอยู่อาศัยมากขึ้นครับ เราสามารถนำสีเขียวมาตกแต่งห้องต่าง ๆ ในบ้านได้ทุกห้อง โดยในส่วนของห้องนอนก็ถือว่าเป็นการตกแต่งที่ดีเพราะสีเขียวช่วยให้ทุกอย่างดูสมดุล อบอุ่น และผ่อนคลาย จนทำให้เรานอนหลับอย่างมีความสุขและตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น

3. Blue (สีน้ำเงิน)

ความสงบ นุ่มลึกเป็นความรู้สึกแรกเมื่อได้เห็น สีฟ้าหรือน้ำเงินเป็นสีที่สื่อถึงการมองโลกในแง่ดี สีฟ้าใสเหมาะกับการพักผ่อน เช่น ห้องนอน และห้องน้ำ เพราะเป็นสีโทนเย็น ส่วนสีน้ำเงินเข้มก็เป็นอีกสีที่ได้รับความนิยมสร้างความสงบนิ่งแต่เป็นสีมีความอึมครึม ถ้ามีมากเกินไป โทนสีนี้อาจจะเล่นงานกับอารมณ์ ความรู้สึกให้หม่นลง ไม่สดใสได้เช่นกัน ดังนั้นบียอนจึงมีทางแก้มาฝาก ถ้าหากคุณตัดสินใจเลือกสีน้ำเงินเข้มเป็นโทนสีหลักของห้องแล้ว สิ่งที่ไม่ควรลืมเลยคือการเติมสีโทนอ่อนหรือโทนสว่างลงไปเพื่อเบรกความทึบของสี อย่างเช่น การใช้เตียงนอนสีขาวซึ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลักของห้อง

4. Pink (สีชมพู)

สีชมพูถือว่าเป็นสีโปรดของผู้หญิงหลายๆคน เพราะสีชมพูเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของความรัก ความอ่อนโยนและความเอื้ออารี ในขณะเดียวกันยังหมายถึงความอบอุ่นและความเฉียบแหลม จริงๆแล้วการตกแต่งบ้านในโทนสีชมพูสามารถตกแต่งได้ทั้งห้องนอนหรือนั่งเล่น และด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป สีชมพูจึงไม่ได้ถูกจำกัดการใช้อยู่แค่ผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายเองก็สามารถนำไปตกแต่งเพื่อเติมความสดใสได้เหมือนกัน สำหรับการเลือกใช้สีชมพู สามารถใช้ได้กับสีอ่อนหลายเฉดสี ไม่ว่าจะเป็น ชมพู-ฟ้า, ชมพูพาสเทล กับสีขาว ที่ช่วยปรับให้ห้องดูสดใส หรือถ้าเป็นผู้ชายที่หลงใหลในสีชมพูก็สามารถตกแต่งได้ด้วยสีชมพูพาสเทล กับสีเทา เพื่อสร้างบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา

5. Red (สีแดง)

ความรู้สึกเป็นพลังที่สามารถสร้างความกระตือรือร้นให้กับสิ่งต่าง ๆ และการใช้สีเป็นหนึ่งในวิธีที่น่าสนใจเพื่อเพิ่มพลังให้กับบ้านของเรา การผสมใช้สีแดงสดหรือแดงเชอร์รี่ในการตกแต่งบ้านเป็นวิธีที่มีประโยชน์มากมาย เนื่องจากสีนี้สามารถให้ความสดใสและชีวิตชีวาให้กับบ้านของเราได้อย่างมีพลังมากขึ้น ไม่ทำให้สถานที่ดูจืดชืดหรือน่าเบื่อตาอย่างที่เคยเป็นมาก่อน อย่างไรก็ตาม เราควรระมัดระวังในการใช้สีแดง เนื่องจากมีความหมายที่เชื่อว่าเป็นสีที่แสดงถึงความอันตรายและความก้าวร้าว ดังนั้นการเลือกใช้สีนี้ควรทำได้ในปริมาณที่พอดี ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป เพื่อไม่ให้สร้างความรำคาญหรือเข้าสู่ด้านลบของการใช้สีแดงมีความเหมาะสมมากในการตกแต่งมุมห้องทำงาน เนื่องจากมีความสามารถในการดึงพลังในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม หากคุณไม่ต้องการความสดของสีแดงเชอร์รี่เกินไป คุณสามารถเลือกใช้เฉดสีแดงเลือดหมูหรือแดงองุ่นได้ เพื่อเพิ่มพลังและสร้างความหรูหราในบริเวณนั้น

Trending Now