ซากเรือไททานิกเรือผุกร่อนอย่างรวดเร็วและใกล้จะพังทลายลงทั้งหมดในไม่ช้านี้
ซากเรือไททานิกกำลังทรุดโทรมอย่างมหาศาลในรอบ 14 ปีที่ผ่านมา ทีมสำรวจใต้ทะเลของบริษัทผู้ผลิตเรือดำน้ำ "ไทรทัน ซับมารีนส์" (Triton Submarines) ได้ทำการลงสำรวจซากเรือนี้ที่ตกอยู่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติก โดยทำให้เป็นการสำรวจครั้งแรกในรอบ 14 ปีที่ผ่านมา ทีมสำรวจพบว่าซากเรือที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุดลำหนึ่งของโลกมีสภาพทรุดโทรมลงกว่าเดิมอย่างมาก โดยจุลินทรีย์ชนิดที่กัดกินโลหะเป็นตัวการสำคัญทำให้เรือผุกร่อนอย่างรวดเร็วและใกล้จะพังทลายลงทั้งหมดในไม่ช้านี้

ซากเรือไททานิกกำลังทรุดโทรมอย่างมหาศาลในรอบ 14 ปีที่ผ่านมา ทีมสำรวจใต้ทะเลของบริษัทผู้ผลิตเรือดำน้ำ "ไทรทัน ซับมารีนส์" (Triton Submarines) ได้ทำการลงสำรวจซากเรือนี้ที่ตกอยู่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติก โดยทำให้เป็นการสำรวจครั้งแรกในรอบ 14 ปีที่ผ่านมา ทีมสำรวจพบว่าซากเรือที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุดลำหนึ่งของโลกมีสภาพทรุดโทรมลงกว่าเดิมอย่างมาก โดยจุลินทรีย์ชนิดที่กัดกินโลหะเป็นตัวการสำคัญทำให้เรือผุกร่อนอย่างรวดเร็วและใกล้จะพังทลายลงทั้งหมดในไม่ช้านี้

ทีมสำรวจซึ่งรวมถึงคณะนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ ใช้ยานดำน้ำลึก DSV ลงสำรวจและถ่ายทำภาพยนตร์สารคดีบริเวณซากเรือไททานิก ที่จมอยู่ที่ระดับความลึก 3,800 เมตร ห่างจากชายฝั่งนิวฟาวด์แลนด์ของแคนาดาออกไปราว 600 กิโลเมตร

แม้ทีมสำรวจจะพบว่าบางส่วนของซากเรือยังอยู่ในสภาพดี เช่นกระจกหน้าต่างของห้องผู้โดยสาร แต่อีกหลายส่วนกลับมีสภาพทรุดโทรมอย่างน่าใจหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ฝั่งด้านขวาของเรือ เช่นบริเวณห้องบนดาดฟ้าทางฝั่งขวาทั้งหมดกำลังพังลงมา โดยลากเอาโครงสร้างของห้องพักเจ้าหน้าที่เดินเรือระดับสูงหลายห้องให้ทลายลงมาด้วย

ที่สำคัญที่สุดคือ "อ่างอาบน้ำของกัปตัน" ที่เคยเป็นจุดชมซากเรือยอดนิยมนั้นได้สูญสลายไปหมดจนไม่มีเหลือให้เห็นอีกแล้ว

ทีมนักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษาถึงการผุกร่อนของโลหะชนิดต่าง ๆ กัน ภายใต้สภาพที่มีอุณหภูมิต่ำและแรงดันสูง รวมทั้งมีการกัดกร่อนของเกลือและจุลินทรีย์เช่นเดียวกับส่วนลึกของมหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อให้ทราบชัดว่าซากเรือไททานิกจะยังคงอยู่ต่อไปได้อีกนานเท่าใดกันแน่

ดร. แคลร์ ฟิตซ์ซิมมอนส์ นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิลของสหราชอาณาจักร หนึ่งในทีมสำรวจครั้งนี้กล่าวว่า "มีจุลินทรีย์กินโลหะจำนวนมหาศาลอยู่ที่ซากเรือ พวกมันทำให้เหล็กกลายเป็นแท่งสนิมคล้ายกับหินงอกหินย้อยในถ้ำไปทั้งลำ ซึ่งโครงสร้างที่ผุเป็นสนิมนี้พังลงมาได้ง่ายมาก"

ทีมนักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษาถึงการผุกร่อนของโลหะชนิดต่าง ๆ ภายใต้สภาพที่มีอุณหภูมิต่ำและแรงดันสูง รวมทั้งมีการกัดกร่อนของเกลือและจุลินทรีย์เช่นเดียวกับส่วนลึกของมหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อให้ทราบชัดว่าซากเรือไททานิกจะยังคงอยู่ต่อไปได้อีกนานเท่าใดกันแน่

ดร. แคลร์ ฟิตซ์ซิมมอนส์ นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิลของสหราชอาณาจักร หนึ่งในทีมสำรวจครั้งนี้กล่าวว่า "มีจุลินทรีย์กินโลหะจำนวนมหาศาลอยู่ที่ซากเรือ พวกมันทำให้เหล็กกลายเป็นแท่งสนิมคล้ายกับหินงอกหินย้อยในถ้ำไปทั้งลำ ซึ่งโครงสร้างที่ผุเป็นสนิมนี้พังลงมาได้ง่ายมาก"

ทีมนักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษาถึงการผุกร่อนของโลหะชนิดต่าง ๆ ภายใต้สภาพที่มีอุณหภูมิต่ำและแรงดันสูง รวมทั้งมีการกัดกร่อนของเกลือและจุลินทรีย์เช่นเดียวกับส่วนลึกของมหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อให้ทราบชัดว่าซากเรือไททานิกจะยังคงอยู่ต่อไปได้อีกนานเท่าใดกันแน่

นายโรเบิร์ต บลายท์ นักประวัติศาสตร์และภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์การเดินเรือแห่งชาติของสหราชอาณาจักร แสดงความเห็นว่า "ซากเรือนี้เป็นวัตถุพยานเพียงชิ้นเดียวที่เหลืออยู่ของเหตุการณ์เรือไททานิกล่ม และในปัจจุบันผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้เสียชีวิตกันไปจนหมดแล้ว เราควรใช้เวลาที่เหลืออยู่เร่งศึกษาประวัติศาสตร์จากซากเรือนี้ให้ได้มากที่สุด ก่อนที่มันจะสูญสิ้นไปตลอดกาล"

Trending Now
|
ซากเรือไททานิกเรือผุกร่อนอย่างรวดเร็วและใกล้จะพังทลายลงทั้งหมดในไม่ช้านี้
ซากเรือไททานิกกำลังทรุดโทรมอย่างมหาศาลในรอบ 14 ปีที่ผ่านมา ทีมสำรวจใต้ทะเลของบริษัทผู้ผลิตเรือดำน้ำ "ไทรทัน ซับมารีนส์" (Triton Submarines) ได้ทำการลงสำรวจซากเรือนี้ที่ตกอยู่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติก โดยทำให้เป็นการสำรวจครั้งแรกในรอบ 14 ปีที่ผ่านมา ทีมสำรวจพบว่าซากเรือที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุดลำหนึ่งของโลกมีสภาพทรุดโทรมลงกว่าเดิมอย่างมาก โดยจุลินทรีย์ชนิดที่กัดกินโลหะเป็นตัวการสำคัญทำให้เรือผุกร่อนอย่างรวดเร็วและใกล้จะพังทลายลงทั้งหมดในไม่ช้านี้

ซากเรือไททานิกกำลังทรุดโทรมอย่างมหาศาลในรอบ 14 ปีที่ผ่านมา ทีมสำรวจใต้ทะเลของบริษัทผู้ผลิตเรือดำน้ำ "ไทรทัน ซับมารีนส์" (Triton Submarines) ได้ทำการลงสำรวจซากเรือนี้ที่ตกอยู่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติก โดยทำให้เป็นการสำรวจครั้งแรกในรอบ 14 ปีที่ผ่านมา ทีมสำรวจพบว่าซากเรือที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุดลำหนึ่งของโลกมีสภาพทรุดโทรมลงกว่าเดิมอย่างมาก โดยจุลินทรีย์ชนิดที่กัดกินโลหะเป็นตัวการสำคัญทำให้เรือผุกร่อนอย่างรวดเร็วและใกล้จะพังทลายลงทั้งหมดในไม่ช้านี้

ทีมสำรวจซึ่งรวมถึงคณะนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ ใช้ยานดำน้ำลึก DSV ลงสำรวจและถ่ายทำภาพยนตร์สารคดีบริเวณซากเรือไททานิก ที่จมอยู่ที่ระดับความลึก 3,800 เมตร ห่างจากชายฝั่งนิวฟาวด์แลนด์ของแคนาดาออกไปราว 600 กิโลเมตร

แม้ทีมสำรวจจะพบว่าบางส่วนของซากเรือยังอยู่ในสภาพดี เช่นกระจกหน้าต่างของห้องผู้โดยสาร แต่อีกหลายส่วนกลับมีสภาพทรุดโทรมอย่างน่าใจหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ฝั่งด้านขวาของเรือ เช่นบริเวณห้องบนดาดฟ้าทางฝั่งขวาทั้งหมดกำลังพังลงมา โดยลากเอาโครงสร้างของห้องพักเจ้าหน้าที่เดินเรือระดับสูงหลายห้องให้ทลายลงมาด้วย

ที่สำคัญที่สุดคือ "อ่างอาบน้ำของกัปตัน" ที่เคยเป็นจุดชมซากเรือยอดนิยมนั้นได้สูญสลายไปหมดจนไม่มีเหลือให้เห็นอีกแล้ว

ทีมนักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษาถึงการผุกร่อนของโลหะชนิดต่าง ๆ กัน ภายใต้สภาพที่มีอุณหภูมิต่ำและแรงดันสูง รวมทั้งมีการกัดกร่อนของเกลือและจุลินทรีย์เช่นเดียวกับส่วนลึกของมหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อให้ทราบชัดว่าซากเรือไททานิกจะยังคงอยู่ต่อไปได้อีกนานเท่าใดกันแน่

ดร. แคลร์ ฟิตซ์ซิมมอนส์ นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิลของสหราชอาณาจักร หนึ่งในทีมสำรวจครั้งนี้กล่าวว่า "มีจุลินทรีย์กินโลหะจำนวนมหาศาลอยู่ที่ซากเรือ พวกมันทำให้เหล็กกลายเป็นแท่งสนิมคล้ายกับหินงอกหินย้อยในถ้ำไปทั้งลำ ซึ่งโครงสร้างที่ผุเป็นสนิมนี้พังลงมาได้ง่ายมาก"

ทีมนักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษาถึงการผุกร่อนของโลหะชนิดต่าง ๆ ภายใต้สภาพที่มีอุณหภูมิต่ำและแรงดันสูง รวมทั้งมีการกัดกร่อนของเกลือและจุลินทรีย์เช่นเดียวกับส่วนลึกของมหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อให้ทราบชัดว่าซากเรือไททานิกจะยังคงอยู่ต่อไปได้อีกนานเท่าใดกันแน่

ดร. แคลร์ ฟิตซ์ซิมมอนส์ นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิลของสหราชอาณาจักร หนึ่งในทีมสำรวจครั้งนี้กล่าวว่า "มีจุลินทรีย์กินโลหะจำนวนมหาศาลอยู่ที่ซากเรือ พวกมันทำให้เหล็กกลายเป็นแท่งสนิมคล้ายกับหินงอกหินย้อยในถ้ำไปทั้งลำ ซึ่งโครงสร้างที่ผุเป็นสนิมนี้พังลงมาได้ง่ายมาก"

ทีมนักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษาถึงการผุกร่อนของโลหะชนิดต่าง ๆ ภายใต้สภาพที่มีอุณหภูมิต่ำและแรงดันสูง รวมทั้งมีการกัดกร่อนของเกลือและจุลินทรีย์เช่นเดียวกับส่วนลึกของมหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อให้ทราบชัดว่าซากเรือไททานิกจะยังคงอยู่ต่อไปได้อีกนานเท่าใดกันแน่

นายโรเบิร์ต บลายท์ นักประวัติศาสตร์และภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์การเดินเรือแห่งชาติของสหราชอาณาจักร แสดงความเห็นว่า "ซากเรือนี้เป็นวัตถุพยานเพียงชิ้นเดียวที่เหลืออยู่ของเหตุการณ์เรือไททานิกล่ม และในปัจจุบันผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้เสียชีวิตกันไปจนหมดแล้ว เราควรใช้เวลาที่เหลืออยู่เร่งศึกษาประวัติศาสตร์จากซากเรือนี้ให้ได้มากที่สุด ก่อนที่มันจะสูญสิ้นไปตลอดกาล"

Trending Now