เต่าถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสัตว์เลือดเย็นในชั้นสัตว์เลื้อยคลานและยังเป็นสัตว์ที่คนไทยและคนทั่วโลกรู้จักกันเป็นอย่างดี เต่ามีระบบกระดูกที่มีความแข็งแรงปกคลุมบริเวณหลังที่เราเรียกกันว่า "กระดอง" โดยที่กระดองนี้ประกอบด้วยแคลเซียมเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เต่าสามารถหดหัว ขา และหางเข้าในกระดองเพื่อป้องกันตัวได้ บางประการแล้ว เต่าบางชนิดสามารถหดกระดองได้น้อย แต่ส่วนใหญ่มีความสามารถนี้อย่างยอดเยี่ยม
นอกจากนี้ เต่ายังมีการใช้ปากที่แข็งแรงในการบดขยี้อาหารแทนที่จะมีฟัน ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของสัตว์น่ารักนี้ เนื่องจากสามารถเปลี่ยนทางการบริโภคอาหารได้อย่างคล่องตัว
สำหรับความยืนยาวของอายุของเต่า นักวิจัยได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างอายุที่ยืนยาวและความสามารถในการแพร่พันธุ์ โดยทั่วไปแล้ว สัตว์ที่มีความสามารถในการแพร่พันธุ์ที่ต่ำจะมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น ซึ่งเต่าทะเลก็เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยม เนื่องจากอายุยืนนี้เพิ่มโอกาสในการเจอกันของเพศผู้และเพศเมียมากขึ้น นอกจากนี้ เพศเมียยังสามารถเก็บสเปิร์มของเพศผู้หลังผสมแล้วได้นานหลายปี
นักวิทยาศาสตร์ยังตีความถึงลักษณะที่ช่วยในการยืนยาวของเต่า ได้แก่ การหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากอนุมูลอิสระ (free radicals) ภายในไมโตคอนเดรียในเต่าที่มีระดับต่ำมาก ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยลดการเสื่อมสภาพของเซลล์
เต่ายังมีระบบการหดสั้นลงของ telomere ซึ่งเป็นโครโมโซมที่ทำหน้าที่ป้องกันจากรอยแยกตัวของเซลล์ที่มีการแบ่งตัว การหดสั้นลงนี้ถือเป็นตัวบ่งบอก life span ของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด ยิ่งมีการหดเร็วมากเท่าไหร่ อายุขัยของสิ่งมีชีวิตนั้นก็ยิ่งสั้นลง
นอกจากนี้ สัตว์ที่หายใจช้ามักมีการเคลื่อนที่ช้า ทำให้เข้าใจว่าทำไมเต่าจึงมีอายุที่ยืนยาวถึง 100 ปี ท่ามกลางธรรมชาติที่เต่าอาศัยอยู่ ความช้าในการเคลื่อนที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากอันตรายต่างๆ
ด้วยเหตุนี้ทำให้เต่าเป็นสัตว์ที่มีอายุยืนและมีความเป็นสัญลักษณ์ของความยาวนานและความทนทานในธรรมชาติ สัตว์นี้นั้นไม่เพียงน่ารักและมีลักษณะที่น่าทึ่ง แต่ยังมีความสำคัญทางชีวภาพมากมายที่ควรได้รับความนิยมในการอนุรักษ์และประชาสัมพันธ์ให้กับทุกคนทั่วโลก