เรื่องราวของ Mercedes-Benz เป็นตำนานมากว่า 100 ปี ซึ่งทำให้แบรนด์นี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของรถยนต์หรูหราและมีคุณภาพจากเยอรมนีที่ครองใจผู้ชายทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นรถที่ใช้ในชีวิตประจำวัน, รถสมรรถนะสูง หรือรถใหญ่สำหรับครอบครัว Mercedes-Benz ยังคงเป็นเลือกที่น่าสนใจและทันสมัยที่สุด
จุดเริ่มต้นของ Mercedes-Benz ไม่ได้เริ่มต้นจากการตั้งเป็นบริษัทชื่อนี้โดยตรง แต่มาจากการรวมกันของสองแบรนด์ที่มีชื่อเสียง คือ Daimler Motoren-Gesellschaft (DMG) และ Benz & Cie ที่เกิดขึ้นในปี 1926. แม้ว่าการรวมกิจการจะเป็นเรื่องใหม่, แต่ทั้งสองแบรนด์นี้มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานในอุตสาหกรรมรถยนต์ โดย Benz & Cie. ถูกก่อตั้งโดย Carl Benz ในปี 1883 และเป็นผู้ประดิษฐ์รถยนต์แรกของโลกที่เคยถูกขับขี่, คือ Benz Patent-Motorwagen ในปี 1885
ทั้งสองบริษัทนี้ได้มีบทบาทที่สำคัญในการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในรถยนต์, และการรวมกันของ DMG และ Benz & Cie. ในปี 1926 ได้กลายเป็นแบรนด์รถยนต์คุณภาพ Mercedes-Benz ที่เรารู้จักในปัจจุบัน
เมื่อ Bertha Benz ภรรยาของ Carl Benz ทำการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์จาก Mannheim สู่ Pforzheim ในรถยนต์โมเดล 3 ในปี 1888 เธอไม่เพียงแค่ทำให้รถยนต์กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่ยังเป็นประวัติศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงวิวัฒนาการของการเดินทาง นอกจากนี้ เธอยังเป็นคนคิดค้นแป้นเบรกและเกียร์สำหรับการไต่เนิน ทำให้ Benz & Cie สามารถผลิตรถยนต์ที่ได้รับการยอมรับและประสบความสำเร็จ
ตั้งแต่นั้นมา, Mercedes-Benz ได้เข้ามีส่วนร่วมในการพัฒนาและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมรถยนต์อย่างต่อเนื่อง ทำให้เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในวงกว้างของรถยนต์ทุกประเภท. ด้วยประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นและแบรนด์ที่ถูกต้องที่สุด Mercedes-Benz ยังคงทำให้ทุกคนต้องประทับใจและยกระดับคุณภาพในทุกรถที่พวกเขาผลิต
Daimler Motoren-Gesellschaft แบรนด์รถยนต์อีกแบรนด์ในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์ก่อตั้งขึ้นในปี 1890 โดย Gottlieb Wilhelm Daimler ผู้ที่เป็นประธานบริษัทและได้รับความชื่นชมจากการประดิษฐ์รถยนต์สี่ล้อคันแรกของโลก โดยใช้น้ำมันเบนซิน
การแข่งขันระหว่าง Daimler Motoren-Gesellschaft และ Benz & Cie เริ่มต้นในช่วงที่สองบริษัทนี้ถูกสร้างขึ้น สงครามโลกครั้งที่ 1 นำพาการลดลงของยอดขายรถยนต์ และบริษัทรถยนต์หลายรายต้องปิดกิจการทั้งสองบริษัทเริ่มเห็นความสามารถในการร่วมมือกัน และในปี 1924 มีการร่วมมือโดยตรง โดยในช่วงนั้นทั้งสองยังคงผลิตรถในนามของตนเอง
ในที่สุดในปี 1926, ทั้ง Daimler Motoren-Gesellschaft และ Benz & Cie. ตัดสินใจรวมกิจการกันเป็นบริษัทใหม่ที่มีชื่อว่า Mercedes-Benz การรวมกิจการนี้ไม่เพียงเพิ่มพูนพลังและความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมรถยนต์, แต่ยังทำให้เกิดแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและความนิยมมากขึ้น ระหว่างยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 Mercedes-Benz ได้นำเสนอนวัตกรรมใหม่ ๆ ในรถยนต์ ทำให้ชื่อของพวกเขากลายเป็นเครื่องหมายของคุณภาพและสมบูรณ์แบบในวงกว้างของสายรถยนต์. ด้วยประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นและความสามารถทางเทคนิคที่ยอดเยี่ยม บริษัทนี้ยังคงเป็นนามแบรนด์ที่ผู้คนทั่วโลกยอมรับและรักในปัจจุบัน
ในปี 2015 บริษัท Mercedes Benz ได้มีการปฏิวัติจัดระบบการตั้งชื่อรุ่น Models ใหม่ทั้งหมด เพื่อความเป็นระเบียบมากขึ้น ให้ผู้ขับขี่รถเบนซ์ทุกคนเข้าใจ และจดจำความหมายของรถเบนซ์แต่ละรุ่นได้ง่ายยิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งระบบใหม่ที่ Mercedes Benz จัดออกมามีทั้งหมด 4 Series ด้วยกันคือ Core Model Series, Crossover / SUV / Off-road, 4-Door Coupé และ Roadster
สำหรับรถ Mercedes Benz จะมี Core Model Series หลัก ๆ ทั้งหมด 5 รุ่น ด้วยกัน เรียงจากขนาดเล็กไปใหญ่ ประกอบไปด้วย A-Class, B-Class, C-Class, E-Class และ S-Class ตามลำดับ โดยที่ตัวอักษรภาษาอังกฤษจาก Core Model Series เหล่านี้จะไปประกอบอยู่ในทุก ๆ รุ่นของรถ Mercedes Benz
ถัดมาในส่วนรถเบนซ์ Crossover / SUV / Off-road หรือรถยนต์อเนกประสงค์ แบ่งออกเป็น 5 รุ่น เรียงลำดับจากขนาดเล็กไปใหญ่ ได้แก่ GLA-Class, GLC-Class (ใช้แทน GLK-Class ชื่อเดิม), GLE-Class (ใช้แทน ML-Class), GLS-Class (ใช้แทน GL-Class) และ G-Class
ในด้านของรถสปอร์ต Mercedes Benz ก็ได้แบ่งรุ่น 4 Door-Coupé หรือคูเป้ 4 ประตู ออกมาโดยเฉพาะ ซึ่งปัจจุบันนี้มีด้วยกัน 2 รุ่น ได้แก่ CLA-Class และ CLS-Class และสุดท้ายรถเบนซ์สปอร์ต Roadster หรือรถสปอร์ตเปิดประทุน มี 2 รุ่นด้วยกัน คือ SLC-Class (ใช้แทน SLK-Class) และ SL-Class
ความหมายของตัวอักษรท้ายรถ Mercedes Benz แต่ละรุ่น มีความหมายอย่างไรบ้าง
A-Class – Compact Car
สำหรับรถ Mercedes Benz A-Class เป็นรถยนต์คอมแพ็ค (Compact Car) น้องเล็กของค่าย ขนาดกะทัดรัดที่ Mercedes Benz ได้สร้างมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1977
โดยปัจจุบันมีรถ Mercedes Benz The New A-Class ใน Generation ที่ 4 รุ่น A200 AMG Dynamic ที่เปิดตัวในปี 2019 และล่าสุดรุ่น A200 Progressive ที่เพิ่งคลอดในปี 2021 ที่ผ่านมา โดยมาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่ดูสปอร์ต โฉบเฉี่ยว เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่ชอบความเท่ ปราดเปรียว แต่เรียบง่าย