นกยูงไทย (Green peafowl) เป็นนกขนาดใหญ่ในตระกูลไก่ฟ้าที่มีเครื่องหางสวยงาม โดยมีแผ่นขนแบนที่ปลายหางเป็นรูปแววมยุราไว้ใช้ในการรำแพนเกี้ยวตัวเมีย นกยูงไทยเป็นสิ่งที่น้อยคนทราบว่ามีทั้งหมดกี่ชนิดในประเทศไทย
ในประเทศไทย นกยูงไทยมี 2 ชนิด คือ นกยูงเขียวหรือนกยูงไทย และนกยูงฟ้าหรือนกยูงอินเดีย แต่ที่พบในธรรมชาติของไทยมีเพียงนกยูงเขียวหรือนกยูงไทยเท่านั้น โดยมีการกระจายตัวมากที่สุดในภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศไทย
นกยูงเขียวหรือนกยูงไทยมีลักษณะทางกายภาพที่น่าประทับใจ เพศผู้และเพศเมียมีขนหงอนที่เป็นพู่ชี้ตรงบนหัวและมีสีเขียวเหลือบ. เพศผู้มีขนสั้นๆ ที่หัวและคอ และขนนี้มีสีเขียวแกมน้ำเงิน. ผิวหนังบริเวณหน้าของเพศตัวผู้มีสีฟ้าและดำคาดบริเวณตา และแก้มมีสีเหลือง ขนคอ หน้าอก และขนบริเวณหลังมีสีน้ำตาล ดำ หรือสีน้ำตาลแดง ขนส่วนบนของหลังมีลายคลื่นที่ล้อมรอบด้วยสีเขียว ทองแดง และสีดำ
นกยูงไทยเป็นนกที่กินทั้งพืชและสัตว์ รวมถึงเมล็ดหญ้า เมล็ดไม้ยืนต้น ธัญพืช ผลไม้สุกที่หล่นจากต้น ยอดอ่อนของหญ้า แมลง ตัวหนอน ไส้เดือน งู และสัตว์ขนาดเล็ก นกยูงมีบทบาทสำคัญในการกระจายพันธุ์พืช
การรำแพนหางถือเป็นเอกลักษณ์ของนกยูง เฉพาะเพศผู้ที่จะรำแพนโชว์สีสันสวยงามของขนหางเพื่อดึงดูดนกยูงตัวเมีย ในช่วงเดือนเมษายน นกยูงจะออกมาหาคู่เพื่อขยายพันธุ์ นกยูงจะวางไข่ในที่โล่งหรือกอพืช โดยวางไข่ประมาณ 3-6 ฟอง และใช้เวลาในการฟักไข่ประมาณ 4-5 สัปดาห์
นกยูงไทยมีบทบาทสำคัญในป่าห้วยขาแข้ง แต่ล่วงล้ำไปถึงที่น่าเป็นห่วงเรื่องการล่าเพื่อนำมาเลี้ยงและทำลายป่า การคุ้มครองนกยูงไทยเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเพื่อรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของป่าไทย