ส่วนใหญ่ผู้หญิงมักจะกังวลเรื่องการรับประทานอาหาร ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาน้ำหนักเกินได้ จึงมีการจำกัดปริมาณอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีนอย่างมาก
การรับประทานอาหารอย่างไรบ้างเพื่อให้ได้ร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง... นักโภชนาการได้กล่าวถึงเรื่องนี้ดังนี้
แป้งและน้ำตาลเป็นสิ่งที่ควรระวังมากที่สุด
“การที่ร่างกายได้รับแป้งและน้ำตาลเข้าไป จะทำให้การย่อยอาหารเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แป้งต่างๆ เช่น ข้าว จะใช้เวลาย่อยประมาณ 30-40 นาที ส่วนน้ำตาลที่พบในกาแฟเย็น ชาเย็น หรือน้ำผลไม้ จะย่อยได้เร็วมากเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น มีบางคนที่อาจเลือกทานกาแฟ ซีเรียล หรือน้ำผลไม้แทนอาหารเช้า ซึ่งรับประทานแป้งและน้ำตาลในปริมาณน้อย แต่กลับได้พลังงานทันที แต่ในกรณีของกลุ่มคนเหล่านี้ มักจะนั่งทำงานนานๆ ซึ่งทำให้ร่างกายสะสมไขมันไว้มาก วิธีการช่วยลดปัญหานี้คือการรับประทานโปรตีนอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยแป้งและน้ำตาล โปรตีนจึงจำเป็นในการรับประทานอาหารทุกมื้อ”
โปรตีนคือสิ่งที่ไม่ควรขาด
“ในช่วงเช้าควรจำกัดการรับประทานแป้งและน้ำตาล เพื่อป้องกันการอุดตันเส้นเลือดหรือโรคหัวใจ แต่ก็สามารถรับประทานไข่ได้หนึ่งฟองต่อวัน ไข่มีโปรตีนที่ดีที่สุด มีคอเรสเตอรอลที่ดี ส่วนน้ำผลไม้ที่ไม่มีใยอาหารและมีน้ำตาลสูง ถ้าร่างกายใช้ไม่หมดจะเปลี่ยนเป็นไขมันสะสม ในมื้อกลางวันควรเพิ่มปริมาณโปรตีนมากกว่ามื้อเช้า หากมีการทานอาหารเช่นก๋วยเตี๋ยว ต้องเลือกทานเส้นในปริมาณที่ลดลงครึ่งหนึ่ง และทานร่วมกับผักผลไม้ เพื่อการย่อยไขมันที่อาจมีมากเกินไปในร่างกาย เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเหมาะสม”
การรับประทานอาหารเพื่อความสมดุลทางโภชนาการ
“หลักๆ คือควรรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ ลดการรับประทานแป้งและน้ำตาลให้เหมาะสม อย่าลดโปรตีนเกินไป ในกรณีที่ต้องการลดน้ำหนัก แต่ยังต้องการรับประทานขนมหวาน แป้ง ข้าวที่มีคาร์โบไฮเดรตในกลุ่มเดียวกัน ควรเลือกทานเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น เพราะการรับประทานอาหารที่มีพลังงานสูงเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหาน้ำหนักเกิน หรือถ้าอยากสัมผัสรสชาติอาหารเผ็ด เช่น ส้มตำ ยำ หรือลาบ ควรทานควบคู่ไปกับการรับประทานโปรตีนอื่นๆ เช่น นม โยเกิร์ต หรือหมูปิ้ง และผลไม้ตามความเหมาะสม”
การอดทานเพื่อลดน้ำหนัก
“ควรทราบว่าควรรับประทานอาหารในช่วงเวลาใดถ้าต้องการลดน้ำหนัก แต่หากต้องการทานขนมหวาน แป้ง ข้าวที่มีคาร์โบไฮเดรตในกลุ่มเดียวกัน ควรเลือกทานเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น หากทานมากเกินไปจะเพิ่มแคลอรี่สูงมาก หรือถ้าต้องการทานอาหารรสชาติหวาน เช่น ส้มตำ ยำ หรือลาบ ควรรับประทานโปรตีนเสมอ เช่น นม โยเกิร์ต หรือหมูปิ้ง และควรเสริมด้วยผลไม้ด้วย”
ไม่ควรออกกำลังกายในช่วงท้องว่าง
“การออกกำลังกายในช่วงท้องว่างโดยไม่มีสารอาหารในร่างกาย อาจทำให้มีการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ควรออกกำลังกายหลังจากรับประทานอาหารไปแล้วหนึ่งหรือสองชั่วโมง เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญไขมัน หากต้องการออกกำลังกายในช่วงเช้า อาจดื่มนมหรือทานไข่ ผลไม้เล็กน้อยก่อน และรับประทานอาหารเช้าหลังจากการออกกำลังเสร็จ”
การทานอาหารที่ดีและทำตามหลักโภชนาการนั้นสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันมีผลต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจอย่างมาก และการที่เราสามารถควบคุมปริมาณและชนิดของอาหารที่รับประทานนั้น สามารถช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีขึ้นได้เป็นอย่างมากค่ะ!